จากไวรัสที่ระบาดในวัวสู่วัคซีนต้านฝีดาษลิง

เมื่อในอดีตแพทย์กลุ่มเล็ก ๆ ได้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับขั้นตอนการรักษาแบบบุกเบิก ซึ่งรวมถึงการใช้ไวรัสที่คิดว่าแพร่ระบาดในวัว และนำมันมาใช้เพื่อป้องกันผู้คนจากโรคฝีดาษเทคนิคนี้มีชื่อว่า “การฉีดวัคซีน” ตามภาษาละติน “vaccinus” ซึ่งหมายถึง “ของวัว” และหลักฐานเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าวิธีนี้มีประสิทธิภาพพิเศษ ปกป้องผู้คนจากการติดเชื้อได้ 95% ซึ่งมีอัตราการชีวิตของผู้ป่วยประมาณ 30% และแม้จะไม่เสียชีวิต แต่ก็อาจเสียโฉมอย่างถาวรต่อมาไม่นาน ผู้คลางแคลงใจเรื่องวัคซีนได้ปรากฏตัวขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แพทย์ที่รักษาโรคเหล่านี้เชื่อว่าฝีดาษวัว ไม่สามารถติดในมนุษย์ได้ และมีผู้กล่าวอ้างว่าเด็กที่ได้รับการฉีดวัคซีน เริ่มพัฒนาคุณลักษณะของวัว เช่น รอยด่างที่อยู่บนตัวโคนมอันที่จริง จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าไวรัสที่ใช้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษได้นั้นมาจากไหน แต่ก็ยังคงใช้ไวรัสลึกลับนี้อยู่ รวมถึงในวัคซีนที่ใช้กับโรคฝีดาษลิง ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกได้ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกจากเดิมที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกาในช่วงห้าทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา ไวรัสฝีดาษลิงได้เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก และเพื่อต่อสู้กับโรคนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้หันมาใช้วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ 2 ชนิดก่อนหน้านี้ ได้แก่ ACAM2000 และ JYNNEOS ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อป้องกันการระบาดของฝีดาษลิง โดยวัคซีนทั้งสองชนิดนี้มีความปลอดภัยเป็นพิเศษและเชื่อว่ามีประสิทธิภาพสูง ติดตามข่าวสารดีๆได้ที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น